วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ชัยนาท 2 (Chai Nat 2)

          ข้าวพันธุ์ชัยนาท 2 เป็นข้าวที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากข้าวทั่วไป คือ เป็นข้าวร่วน ประเภทข้าวเสาไห้ แต่มีกลิ่นหอม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภค 
           เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง อายุสั้น ประมาณ 103 – 105 วัน ความสูงประมาณ 95 ซม.มีลักษณะทรงกอแบะ ใบสีเขียวเข้ม ลักษณะใบธงเป็นแนวนอน รวงแน่นปานกลาง ระแง้ถี่ คอรวงยาว ต้นแข็ง ไม่ล้ม ใบค่อนข้างแก่เร็ว น้ำหนักข้าวเปลือกเฉลี่ย 10.57 ก.ก.ต่อถัง เปลือกเมล็ดสีฟาง ขนาดข้าวเปลือกยาว 10.59 มม. กว้าง 2.46 มม. หนา 2.11 มม. ขนาดข้าวกล้อง ยาว 7.72 มม. กว้าง 2.12 มม.หนา 1.76 มม. มีระยะพักตัว ประมาณ 5  สัปดาห์
   
ประวัติ
       ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่าง ข้าวเจ้าพันธุ์หอมพม่า(Hawm Pamah) GS.No 3780 จากธนาคารเชื้อพันธุ์ข้าวแห่งชาติ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี  (เป็นข้าวหอมพันธุ์พื้นเมืองเก็บมาจากจังหวัดกาญจนบุรี) กับสายพันธุ์ IR11418-19-2-3 จากสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI) ในปี พ.ศ. 2530 ที่สถานีทดลองข้าวชัยนาท 
       ปี พ.ศ. 2531–2535 ปลูกข้าวพันธุ์ผสมชั่วที่ 1 ถึงชั่วที่ 5  
       ปี พ.ศ. 2536-2537 ปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นต้นและขั้นสูง 
       ปี พ.ศ. 2538-2545 ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานี  ระหว่างสถานี  และในนาราษฎร์  จนได้สายพันธุ์ CNT87040-284-1-4 คณะกรรมการบริหาร กรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2547 โดยให้ชื่อว่า ข้าวเจ้าชัยนาท 2


ลักษณะเด่น
   1. เป็นข้าวอายุสั้นกว่าพันธุ์ปทุมธานี 1ประมาณ  7-9  วัน
   2. ต้นเตี้ย สูง ประมาณ  83 – 95  ซ.ม.
   3. คุณภาพการหุงต้ม เป็นข้าวร่วน มีกลิ่นหอม เป็นทางเลือกของผู้บริโภค ที่ชอบข้าวร่วนประเภทข้าวเสาไห้ แต่มีกลิ่นหอม
   4. ค่อนข้างต้านทานถึงต้านทาน ต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ดีกว่าพันธุ์ปทุมธานี 1
   5. ให้ผลผลิตเฉลี่ย 757 กก./ไร่(ปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม) ใกล้เคียงกับพันธุ์ปทุมธานี1(734  กก./ไร่)

พื้นที่แนะนำ
 แนะนำให้ปลูกในพื้นที่การทำนาเขตชลประทาน ที่มีการทำนาอย่างต่อเนื่องในภาคเหนือตอนล่างพื้นที่ซึ่งน้ำท่วมเร็วในฤดูฝนมีช่วงระยะเวลาการทำนาค่อนข้างมีจำกัด เพื่อสามารถปลูกและเก็บเกี่ยวได้ทันเวลา
ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อแมลงบั่วมาก ค่อนข้างอ่อนแอต่อโรคใบสีส้ม และอ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้งในภาคเหนือตอนล่างแปลงนาที่ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยไนโตรเจนสูงเมื่อสภาพอากาศมีความชื้นสูง อาจเกิดการระบาดของโรคไหม้ สร้างความเสียหายต่อผลผลิตได้


ปัจจุบัน
     ข้าวพันธุ์ข้าวชัยนาท 2 ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก เนื่องจากเกษตรกรในเขตพื้นที่นาชลประทานนิยมปลูกข้าวพันธุ์อื่นๆ ได้แก่ ชัยนาท 1 ปทุมธานี 1 สุพรรณบุรี 1 หรือพิษณุโลก 2 ที่เน้นในเรื่องผลผลิตและความต้านทานต่อโรค-แมลงมากกว่า แต่ก็ยังมีการกล่าวถึงกันอยู่บ้างจากเกษตรกรบางส่วนที่เคยปลูกหรือบริโภคมาก่อน

ชัยนาท 1 (Chai Nat 1)

        ข้าวพันธุ์ชัยนาท 1 เป็นพันธุ์ข้าวที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้รับความนิยมจากเกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากให้ผลผลิตสูงคุณภาพเมล็ดดี  และมีความต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล โดยใช้ปลูกทดแทนพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี 60 ที่ก่อนหน้านั้นเกษตรกรปลูกกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่กว้าง และปลูกกันอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสามารถปรับตัวเข้าทำลาย และสร้างความเสียหายผลผลิตเป็นอย่างมาก

           ข้าวพันธุ์ชัยนาท 1เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง อายุประมาณ119 วันเมื่อปลูกฤดูฝน และ 130 วันในฤดูแล้ง (ปัจจุบันประมาณ 115 วัน ) สูงประมาณ 113 ซม. มีลักษณะทรงกอตั้ง ใบสีเขียว (เขียวอ่อน) ใบธงค่อนข้างยาวตั้งตรง ใบแก่ช้า รวงยาวและแน่น คอรวงสั้น ระแง้ค่อนข้างถี่ เมล็ดยาวเรียวเปลือกเมล็ดสีฟาง ท้องไข่น้อย ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 8 สัปดาห์    

ประวัติ
       ได้มาจากการผสม 3 ทางระหว่าง
ข้าวสายพันธุ์ IR13146-158-1 
กับ IR15314-43-2-3-3
และ BKN6995-16-1-1-2 
ในปี พ.ศ. 2525 ที่สถานีทดลองข้าวชัยนาท 
ปี พ.ศ. 2525 - 2529  ปลูกข้าวพันธุ์ผสมชั่วที่ 1 ถึงชั่วที่ 6  จนได้สายพันธุ์ CNTBR82075-43-2-1
ปี พ.ศ. 2530 – 2535 เปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานี ระหว่างสถานี และในนาราษฎร์
ปี พ.ศ. 2535  พิจารณาเป็นสายพันธุ์ข้าวดีเด่น  และรับรองพันธุ์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2536 โดยกรมวิชาการเกษตร และให้ชื่อว่า ข้าวเจ้าชัยนาท 1




ลักษณะเด่น
1. ตอบสนองต่อการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนดี
2. ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเพลี้ยกระโดดหลังขาว
3. ต้านทานโรคใบหงิก และค่อนข้างต้านทานโรคไหม้
4.ให้ผลผลิตเฉลี่ยฤดูฝน 725 กก./ไร่ และฤดูแล้ง 754 กก./ไร่
5.คุณภาพการสีดี ข้าวเมื่อหุงสุกมีลักษณะร่วนแข็ง  ประเภทข้าวเสาไห้ นำไปแปรรูปเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว   เส้นหมี่ เส้นก๋วยจั๊บ และเส้นขนมจีนได้     

พื้นที่แนะนำ
แนะนำให้ปลูกในเขตภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางในพื้นที่การทำนาเขตชลประทานโดยเฉพาะในแหล่งที่มีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยกระโดดหลังขาว โรคใบหงิก และโรคไหม้

ปัจจุบัน
ข้าวพันธุ์ชัยนาท 1 ซึ่งเคยปลูกกันอย่างต่อเนื่องเป็นพื้นที่กว้างในเขตนาชลประทาน ปัจจุบันเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลก็สามารถปรับตัวเข้าทำลายได้แล้ว (กรณีเดียวกับพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี 60) ทางกรมการข้าวจึงแนะนำให้หยุดปลูกพันธุ์ข้าวดังกล่าว (รวมถึงพันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 ด้วย) เพื่อลดความเสียหาย และตัดวงจรการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีตาล  โดยแนะนำให้เกษตรกรปลูกพันธุ์ข้าวรับรองที่ต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีตาล ได้แก่ กข41 และกข47 แทน

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท (Chai Nat Rice Research Center)


           เริ่มทำการก่อสร้าง ในปี พ.ศ. 2500 โดยเปิดทำการเป็น สถานีขยายพันธุ์ข้าวชัยนาท สังกัดกองบำรุงพันธุ์ กรมการข้าว ในปี พ.ศ. 2501 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น สถานีทดลองข้าวชัยนาท ในปี พ.ศ. 2504    
           ปี พ.ศ. 2515 กรมการข้าวได้ยุบเลิก รวมเข้ากับ กรมกสิกรรม เป็นกรมวิชาการเกษตร ทำให้ สถานีทดลองข้าวชัยนาท จึงไปสังกัดอยู่กับกองการข้าว กรมวิชาการเกษตร
           ปี พ.ศ. 2525 มีการปรับเปลี่ยน กองการข้าว เป็น สถาบันวิจัยข้าว ทำให้ สถานีทดลองข้าวชัยนาท ต้องปฏิบัติงานภายใต้การกำกับดูแลของ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก
           ปี พ.ศ. 2545  สถานีทดลองข้าวชัยนาท เปลี่ยนไปสังกัด สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 ชัยนาท กรมวิชาการเกษตร และได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งใน ปี พ.ศ. 2546 เป็น ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตชัยนาท   
           ปี พ.ศ. 2549 มีประกาศจัดตั้ง กรมการข้าว อีกครั้ง ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตชัยนาท จึงยกฐานะเป็น ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท สังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว มาจนถึงปัจจุบัน

ที่ตั้ง

          เลขที่ 116 หมู่ที่ 2 ถนนพหลโยธิน ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เส้นรุ้งที่ 15 องศา 15 ลิปดาเหนือ และเส้นเเวงที่ 100 องศา 5 ลิปดาตะวันออก ห่างจากตัวจังหวัดชัยนาท 1.5 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพมหานคร 196 กิโลเมตร พื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 15.5 เมตร ลักษณะดินเป็นดินเหนียวชุดสระบุรี นครปฐม และนครปฐมไฮเฟส บางส่วนเป็นดินร่วน ใช้แหล่งน้ำชลประทาน จากคลองส่งน้ำธรรมมูล - เขาท่าพระ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ พื้นที่ทั้งหมด 357 ไร่

หน้าที่ และความรับผิดชอบ

          ศึกษา ค้นคว้า และวิจัย เกี่ยวกับข้าว แบบสหสาขาวิชา เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหา และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตข้าว และเมล็ดพันธุ์ข้าว สำหรับเกษตรกรในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน รวม 11 จังหวัด โดยดำเนินการร่วมกับศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก และศูนย์วิจัยข้าวลพบุรี มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี และให้บริการทางวิชาการด้านข้าว แก่เกษตรกร และบุคคลทั่วไป ทั้งภาครัฐ และเอกชน ประสานงาน และบูรณาการร่วมกับศูนย์วิจัยข้าวอื่น ๆ รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายใน และต่างประเทศ

ผลงานในอดีตถึงปัจจุบัน

   ประสบความสำเร็จทางด้านการปรับปรุงพันธุ์ข้าว จำนวน 3 พันธุ์ ดังนี้
          
       - ปี 2536  พันธุ์ข้าวชัยนาท 1
       - ปี 2547  พันธุ์ข้าวชัยนาท 2
       - ปี 2550  พันธุ์ข้าว กข29 (ชัยนาท 80)